วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฤดูแห่งการขาขาด

ฤดูแห่งการขาขาด

ย่างเข้าฤดูฝนชาวบ้านทางแถบชนบทตามแนวชายแดนไทย-ลาว ไทย-กัมพูชา แม้กระทั่งไทย-เมียนมาร์ มักจะมีอาชีพเสริมจากการจับอึ่งอ่าง กบและหาของป่าจำพวกเห็ด และหน่อไม้มาจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริมหาเลี้ยงครอบครัวเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ซึ่งมันมีราคาสูงถึงกิโลละร้อยกว่าบาท จึงทำให้ประสบกับอุบัติเหตุเหยียบทุ่นระเบิดและกับระเบิดที่ยังคงหลงเหลือตกค้างจากการสู้รบในอดีต ..ช่วงต้นเดือน ที่จังหวัดตาก ต่อมาก็ที่จังหวัดสระแก้วสองครั้ง อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ที่จังหวัดอุบลราชธานี ล่าสุดก็เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ย้อนกลับไปที่จังหวัดสระแก้วอีกครั้งและเป็นพื้นที่อำเภอตาพระยาเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา แม้นว่าจะมีการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมแล้วก็ตาม ทั้งยังมีป้ายแจ้งเตือนให้เห็นเด่นชัดว่าพื้นที่นี้ยังไม่ปลอดภัยและยังคงมีทุ่นระเบิดตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเหตุใด?

เหตุใดจึงเกิดขึ้นในฤดูนี้..เพราะว่าฤดูฝนเมื่อฝนตกลงมาทำให้พื้นดินที่แห้งและแข็งกลับนุ่ม เมื่อมีคนไปเหยียบโดนทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่จึงทำให้มันเกิดทำงานขึ้นแม้มันจะเป็นระเบิดเก่าที่ถูกฝังมานานเป็นเวลาสามสิบกว่าปีแต่มันก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ไม่เลือกว่าเป็นใคร ทหาร ชาวบ้าน ผู้ชาย ผู้หญิง เด็กหรือคนชรา ระเบิดพวกนี้จะทำงานเมื่อมีแรงมากระทำตั้งแต่12 ปอนด์ขึ้นไป บ้างก็พิการขาขาด บ้างก็เสียชีวิต ส่วนมากที่เหยียบมักจะเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบอยู่กับที่ "PMN"หรือที่ชาวบ้านทั่วๆไปเรียกว่า "ปิ่นโต"เนื่องเพราะมันมีหูยื่นออกมาสองข้างเหมือนปิ่นโตซึ่งผลิตในสหภาพโซเวียตเดิมในอดีต


 ป้ายแจ้งเตือนพื้นสีแดงมีหัวกระโหลกไขว้มีอักษรเขียนไว้เด่นชัดว่า "อันตรายวัตถุระเบิด" มันยังคงไร้ค่า..หากพวกเราไม่ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น เพียงเพราะต้องการดำรงชีพ...ขอภาวนาอย่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกเลย...

-ขอขอบคุณภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 11 มิถุนายน 2559
-ขอขอบคุณภาพจากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1
-ขอขอบคุณภาพจากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

ห้ามไม่ฟัง!

เด็กน้อย-หนุ่ม เข้าไปในป่าพื้นที่ห้ามเข้า ใกล้สนามฝึกยุทธวิธีทางทหาร เจอระเบิดหิ้วกลับไปบ้านคาดแกะเอาเศษเหล็กไปขาย พลาดบึมสนั่น ครอบครัวเด็กน้อยดับยกครัว 4 ส่วนหนุ่ม 30 ไม่รอดเช่นกัน รวมดับ 5 เจ็บ 1 ด้านพล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.กองกำลังนเรศวร มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ย้ำ ปชส.ต่อเนื่องห้ามเข้าไป 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก ได้มีเด็กเข้าไปเล่นในป่าเขาลูกปืน หมู่ 4 บ้านชะราดระฆัง ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก ใกล้สนามฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่ 3 แล้วเจอกระสุนปืน ค.120 มม. จึงนำกลับใส่ถุงปุ๋ยมาที่บ้านเลขที่ 13 บ้านหนองมะค่า ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก จากนั้นได้เกิดระเบิดขึ้นมาบริเวณใต้ต้นไม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตตายยกครัว 4 ศพ ประกอบด้วย 1.นางหวัน ง้อเพ็ง 2.นางทับทิม ง้อเพ็ง 3.ด.ช.ชัยพิสิทธิ์ ง้อเพ็ง และ 4.ด.ช.กิตติศักดิ์ ง้อเพ็ง นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำอย่างไร  แม้ว่าจะเป็นสนามฝึก ? หลังจากทำการฝึกยิงเสร็จแลัว ควรมีเจ้าหน้าที่ EOD เข้าทำการสำรวจเพื่อเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด(UXO) ให้หมดไปจากพื้นที่หรือป่าว? คนที่ยากจนอะไรที่เป็นเงินหรือทำให้เค้ามีกิน เค้าก็ต้องทำ แม้รู้ว่ามันอันตรายก็ต้องเสี่ยง เพราะความไม่มีจะกินมันบังคับ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นกว่าเดิมแค่บอกว่าประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว แสดงว่ายังไม่ได้ผลจึงทำให้เกิดเหตุสลดใจเกิดขึ้น..?